ฉีดฟิลเลอร์ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

     หลาย ท่านอาจจะสนใจฉีดฟิลเลอร์เสริมเติมตามใบหน้าแต่กลัวผลข้างเคียงต่างๆที่อาจ จะเกิดตามมา โดยเฉพาะข่าวที่ออกมาในช่วงนี้มีทั้งฉีดแล้วตาบอด ใบหน้าเบี้ยวผิดรูป ฉีดแล้วไหลย้อย เป็นต้น บ่อยครั้งที่หมอเองต้องคอยอธิบายข่าวต่างๆที่ออกมาให้กับคนที่ฉีดไปแล้ว และคนที่สนใจอยากจะฉีดแต่ลังเลอยู่ จึงถือโอกาสขอบอกเล่ามุมมองของตัวเองเกี่ยวกับฟิลเลอร์ให้กับคนที่สนใจครับ 
     ฟิลเลอร์(FILLER) 
      คือสารเติมเต็มชนิดไฮยาลูโรนิกแอสิด(Hyaluronic Acid) ปัจจุบันสังเคราะห์ขึ้นมาด้วยการเลี้ยงแบคทีเรียโดยใช้เทคนิค Biocompatible non-animal stabilized hyaluronic acid (NASHA) สรุป ง่ายๆคือสกัดมาโดยไม่ให้มีส่วนของแบคทีเรียติดปนมาด้วยนั่นเอง ซึ่งบริษัทที่ผลิตขึ้นมาเขาจะต้องขายออกไปทั่วโลก หากสกัดมาไม่บริสุทธิ์เพียงพอป่านนี้คงโดนฟ้องจนปิดกิจการไปแล้วครับ เพราะบางท่านอาจไปอ่านเจอว่าทำมาจากแบคทีเรียจะต้องเป็นอันตราย หรือฉีดแล้วติดเชื้อ...  โดยส่วนตัวหมอเองก็ฉีดให้ตัวเองและญาติๆครับ หากอันตรายจริงๆหมอคงไม่กล้าทำให้ตัวเองหรอกครับ(หากมีโอกาสได้ทำบุญก็ขอพร ว่าชาติหน้าเกิดมาหล่อๆสวยๆจะได้ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มอีก 555+ ) หมอคิดว่า...หากเราใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านอย. และเป็นของแท้(ย้ำว่าของแท้นะครับ)เราสบายใจได้เลยว่าโอกาสจะเกิดผลข้าง เคียงจากสารไฮยาลูโรนิกแอสิดน้อยมากๆครับ ในประเทศไทยมีเพียงสารไฮยาลูโรนิกแอสิดเท่านั้นที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา(อย.) โดยได้รับอนุญาตให้เป็นสารเติมเต็มเพื่อทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ครับ และ จัดประเภทของสารเติมเต็มไว้เป็นยา การนำเข้าต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ซึ่งได้รับเพียงไม่กี่ชนิด ตัวอย่างของสารเติมเต็มที่ผ่าน อย.ได้แก่    

กลุ่มที่ 1. Esthelis Basic, Esthelis Soft, Fortelis Extra, Modelis   









กลุ่มที่ 2. Juvederm Forma , Juvederm Refine, Juvederm Ultra, Juvederm Ultra XC, Juvederm Ultra Plus, Juvederm Ultra Plus XC 


  







กลุ่มที่ 3. Restylane, Restylane Lipp,  Restylane Perlane, Restylane Sub Q, Restylane Touch, Restylane Vital Light ,Restylane Vital Light Injector, Revanesse Ultra 







สามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดของสารเติมเต็มที่ได้ที่เว็บไซต์ของ อย.ครับ
  http://drug.fda.moph.go.th/zone_service/files/new_gen_list_July.pdf ,
 http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/drgdrug/Dserch.asp

     ในกลุ่มของสารไฮยาลูโรนิกแอสิดจะมีหลายแบบขึ้นอยู่กับความเข้มข้น, ขนาดโมเลกุล, ปริมาณของ cross-linking, สารที่ใช้เพื่อทำให้เกิดcross-linking และความแข็งของสาร โดยทั่วไปถ้ามีปริมาณของ cross-linkingมากจะทำให้สารมีความแข็งตัวมากและสามารถคงตัวอยู่ได้นานขึ้นหลังฉีดครับ และสาร ที่มีขนาดของโมเลกุลใหญ่สามารถเพิ่มปริมาตรของบริเวณที่ต้องการแก้ไขได้ มากกว่าและคงอยู่ได้นานประมาณปีครึ่งเหมาะสำหรับเติมแก้ม เติมร่องแก้ม เสริมคาง และสริมจมูก เป็นต้น ในขณะที่สารที่มีโลเลกุลเล็กจะเหมาะสำหรับบริเวณที่ผิวหนังบางหรือสำหรับฉีด เข้าริ้วรอยตื้นๆซึ่งจะคงอยู่ในร่างกายไม่นานมากประมาณ6เดือน
        หลายท่านอ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่า แล้วที่เป็นข่าวกันว่าฉีดแล้วตาบอด บวม เน่า หรือผิวหนังตาย มันเกิดขึ้นได้ยังไงถ้าไม่อันตรายจริงๆ !!!  "โดยความเห็นส่วนตัวของหมอนะครับ(ย้ำว่าส่วนตัวจริงๆบางท่านอาจมองต่าง) สารฟิลเลอร์มันปลอดภัย(ผ่านการรับรองจาก อย.) แต่เทคนิคและวิธีการต่างหากที่ไม่ปลอดภัยครับ"หากเรานำข้อผิดพลาดที่ผ่านมา ตามข่าวต่างๆที่หลายท่านได้รับทราบมาพิจารณาสาเหตุจะพบว่า

 1. การบวมแพ้เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย.ซึ่งการผลิตอาจจะไม่บริสุทธิ์เพียงพอครับ

 2.การ ติดเชื้อ เน่า เกิดจากทำความสะอาดบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์ก่อนฉีดไม่สะอาดพอ หรือไม่ได้ทานยาปฏิชีวนะหลังฉีดเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจจะเกิดขึ้นได้

 3.เทคนิคและความชำนาญของแพทย์ไม่เพียงพอ(ตามข่าวที่พบว่าตาบอดครับ)

 4. ส่วนข้อสุดท้ายหากไม่กล่าวถึงคงจะไม่ได้จริงๆครับ นั่นคือการดูแลและปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ครับ จากประสบการณ์ของหมอเอง ประโยคที่ถูกถามบ่อยๆคือ "หลังฉีดไปแล้วดื่มแอลกอฮอล์ได้ไหม???" หมอแนะนำให้งดตั้งแต่ก่อนฉีดทุกครั้ง แต่ก็โดนถามหลังฉีดบ่อยมากครับ บ่อยครั้งที่หมอได้แต่ถามกลับไปว่า"แล้วหมอห้ามเราได้ไหมครับ"

    ทุกๆครั้งที่หมอฉีดฟิลเลอร์หมอยอมรับตรงๆได้เลยว่า "หมอกลัวครับ กลัวออกมาไม่สวยเหมือนที่ผู้ถูกฉีดคาดหวัง กลัวพลาดเหมือนที่เป็นข่าว กลัวเป็นรอยเขียวช้ำ(ส่วนใหญ่แอบแฟนมาทำกัน ^^) ปัจจุบันหมอพยายามแทงเข็มที่มีคมให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้มีเลือดออกจะได้ไม่เขียวช้ำ และพยามยามใช้เข็มทู่Blunt canulaในทุกๆตำแหน่งเท่าที่ทำได้ เพราะข้อดีของเข็มทู่คือ มันไม่มีคมครับเจาะเส้นเลือดไม่เข้า ขนาดก็ใหญ่มากกว่าเส้นเลือด ดังนั้นโอกาสจะพลาดแทงเข้าเส้นเลือดก็แทบไม่มีเลย  หลังทำเสร็จมีแค่รอยเจาะรูเล็กๆเพื่อเป็นรูให้สอดเข็มทู่เข้าไปได้ ดังนั้นจึงแทบจะไม่มีรอยให้กังวลเลยครับและที่สำคัญต้องทานยาปฏิชีวนะฆ่า เชื้อและยาลดบวมที่หมอจ่ายให้จนหมด(หมอบางทานอาจไม่จ่ายยาเหล่านี้ครับ แต่หมอกลัวครับเลยต้องให้ทุกครั้ง)แล้วมาพบหมอตามนัดครับ(ส่วนใหญ่สวยแล้ว มักไม่มาครับ ^^ ) 
 

     การฉีดฟิลเลอร์สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้างบ้าง
1.แก้ไขปัญหาร่องแก้มที่เป็นจุดเด่นทำให้มองดูมีอายุ ขาดความอวบ อิ่ม
2.ลบริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
3.เสริม จมูกให้โด่งเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่มีสันจมูกเดิมอยู่บ้างแล้วนะครับ หากไม่มีดั้งเลยแนะนำผ่าตัดเสริมซิลิโคนแท่งจะสวยกว่าครับ
4.เสริม คางให้ได้รูปเหมาะกับคนที่มีคางอยู่แล้วเช่นกันครับ หากคางไม่มีเลยแนะนำผ่าตัดใส่ซิลิโคนแท่งจะดีกว่านะครับ หากท่านไหนไม่แน่ใจสามารถส่งรูปให้หมอช่วยดูให้ก่อนนะครับ
5.ตกแต่ง ริมฝีปาก แก้ปัญหามุมปากตก ริมฝีปากบาง ปรับขนาดให้เท่ากัน หรือในคนที่ผ่าตัดลดขนาดปากลงแล้วแต่ดูปากบางมากไปก็สามารถเติมเพิ่มเข้าไป ได้ครับ
6.ฉีด เติมเต็มปรับรูปหน้า เช่นเติมเต็มแก้ปัญหาขมับตอบ เติมข้างแก้มตอบให้หน้าดูอวบอิ่ม ซึ่งสมัยนี้คนจัดฟันกันค่อนข้างเยอะพอจัดฟันไปสักระยะแล้วจะเกิดปัญหาขมับ และแก้มตอบมากๆในกรณีนี้ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์เติมให้ได้รูปขึ้นได้ครับ

ขั้นตอนการรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์
     การรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ต้องกระทำด้วยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยว ชาญในการรักษา แพทย์จะเลือกบริเวณที่จะฉีดให้เหมาะสม กับปัญหาของคนไข้ในแต่ละกรณี ก่อนฉีดจะมีการทายาชาทิ้งไว้30-40นาที จากนั้นทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะฉีดพร้อมทาน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครั้ง ครับ(หมอเอาคลิปสาธิตการฉีดลงให้ดู มีบางท่านทักท้วงว่าฉีดคางทำไม่ไม่ลบคิ้วก่อน บ้างก็บอกต้องล้างหน้าออกให้หมดก่อนฉีด...เยอะครับ เข็มที่หมอใช้เล็กกว่าเข็มไปบริจาคเลือดเยอะครับ หากต้องทำขนาดนั้นเวลาบริจาคเลือดคงต้องเช็ดเบตาดีนทั้งแขนพร้อมใช้ผ้านึ่ง ฆ่าเชื้อเจาะกลางเหมือนการผ่าตัดกันเลยทีเดียว) การรักษาใช้เวลาประมาณ 15-40 นาที ในการฉีดในการฉีดแต่ละครั้งและไม่ต้องเสียเวลาในการพักฟื้นแต่อย่างใด สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที

การฉีดฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานแค่ไหนและต่อไปจะเป็นอย่างไร?
     ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่สกัดขึ้นมาโดยไม่ให้มีส่วนของสิ่งมีชิวิตติดปนมา หลังฉีดเข้าไปร่างกายจะไม่รับรู้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมจึงไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ไม่ก่อให้เกิดผังผืด และสามารถเสื่อมสลายไปเองตามระยะเวลา หลายท่านถามหมอว่ามันจะไหลย้อยไหม มันจะเกิดผังผืดตามมาไหม มันจะเบี้ยวหรือเปล่าเมื่อเวลาผ่านไปนาน หรือแม้กระทั่งเมื่อสลายไปแล้วจะดูแก่กว่าเดิมไหม... มีคำถามเยอะมากครับ หมอยืนยันได้เลยครับว่าหากเราใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านอย.ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิด ขึ้นแน่นอน แต่หากไปฉีดฟิลเลอร์ปลอมหรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. เช่น กลุ่มโพลีอะคริลาไมด์และซิลิโคนเหลว จะเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นมาแน่นอนครับไม่ช้าก็เร็วครับ  
   โดยก่อนฉีดแพทย์จะเลือกสารเติมเต็มที่มีความเข้มข้นและขนาดของโมเลกุลที่ เหมาะสมกับคนไข้ในแต่ละกรณี ซึ่งเฉลี่ยโดยทั่วไป ฟิลเลอร์จะมีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปีถ้าคนไข้อยากให้อายุการฉีดฟิลเลอร์มีอายุการใช้งานที่นานขึ้นควรดื่มน้ำ ให้มากๆ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดี และช่วยให้ผลการรักษายาวนานขึ้น

ตัวอย่างคลิปวีดีโอการฉีดปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์
http://www.youtube.com/watch?v=MeO9j522WDA




     ด้วยความปราถนาดี
นพ.ธนิตศักดิ์ วิบูลย์กุลเศรษฐ์

            หมออ้วน
        รักษ์-คุณคลินิก 
Callcenter :  02-9346185 / 086-3551067
Website : http://www.ruk-khunclinic.com
Fanpage : http://www.facebook.com/rukkhunclinic
Google Plus : http://gplus.to/rukkhunpage
Facebook : http://www.facebook.com/rukkhunclinic

ID LINE : rukkhunclinic
                       *มีปัญหากังวลใจปรึกษาได้ทุกช่องทางตามสะดวก ด้วยความยินดีครับ^^

อนุมูลอิสระภัยร้ายในตัวเรา

อนุมูลอิสระภัยร้ายในตัวเรา สารอนุมูลอิสระคืออะไร? สารอนุมูลอิสระ (free radical) คือ อะตอม,โมเลกุลหรือไอออนที่มีอิเล็กตรอนไม่ครบ...